รัฐบาลสหราชอาณาจักรยกระดับกรุงลอนดอน และเมืองใหญ่อีกหลายแห่งเข้าสู่ “เทียร์ 2” ของการเป็นกลุ่มเสี่ยง “ระดับสูง” จากโรคระบาดโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่านายแมตต์ แฮนค็อก รมว.กระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร แถลงต่อสภาสามัญ เมื่อวันพฤหัสบดี ให้กรุงลอนดอน เทศมณฑลเอสเซกซ์ ( ยกเว้นเมืองเซาธ์เอนด์ และเมืองเธอร์รอค ) เมืองยอร์ก พื้นที่ในเทศมณฑลดาร์บิเชอร์ ได้แก่ เขตดาร์บิเชอร์ตะวันออกเฉียงเหนือ ในเมืองเชสเตอร์ฟิลด์ และเมืองอีรีวอช เมืองเอล์มบริดจ์ในเทศมณฑลเซอร์รีย์ และเมืองบาร์โรว์ อิน เฟอร์เนสส์ ในเทศมณฑลคัมเบรีย ขึ้นจาก “ระดับกลาง” หรือ “เทียร์ 1” ที่มีสัญลักษณ์ “สีเหลือง” สู่ “ระดับสูง” หรือ “เทียร์ 2” ที่มีสัญลักษณ์ “สีส้ม”
 
มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ 00.01 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 17 ต.ค. นี้ ( 06.01 น. วันเสาร์ตามเวลาในประเทศไทย ) โดยรัฐบาลจะประเมินผลในอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ เกณฑ์การควบคุมทางสังคมที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำหนดขึ้นใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา และจนถึงตอนนี้ยังมีเพียงเทศมณฑลเมอร์ซีย์ไซด์ ซึ่งรวมถึงเขตลิเวอร์พูลเท่านั้น ซึ่งอยู่ภายใต้ “ระดับสูงมาก” หรือ “เทียร์ 3” ที่มีสัญลักษณ์ “สีแดง” ถือเป็นพื้นที่ “วิกฤติที่สุด” โดยเงื่อนไขสำคัญรวมถึงการปิด “สถานประกอบการไม่จำเป็น” คือผับและบาร์ นานอย่างน้อย 1 เดือน
 
ด้านนายซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน กล่าวว่าภาครัฐไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการต้องใช้มาตรการเข้มงวดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากกำลังจะเกิดขึ้น แต่หากทุกคนร่วมมือกัน “ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ”ทั้งนี้ พื้นที่วิกฤติที่สุดในกรุงลอนดอน คือเขตริชมอนด์ แฮคนีย์ เอลิง เรดบริดจ์ ฮาร์โรว์ และซิตี ออฟ ลอนดอน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางด้านการเงิน มีอัตราอุบัติการณ์ของโรค หรือค่า “ไออาร์” ในประเทศในรอบ 7 วันล่าสุด มากกว่า 100 ต่อประชากร 100,000 คน
 
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรรายงานสถิติในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด มีผู้ติดเชื้อ 18,980 คน และเสียชีวิตอีก 138 คน เพิ่มสถิติสะสมของผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเป็นอย่างน้อย 673,622 และ 43,293 คนตามลำดับ